Knowledge

เทศกาลไหว้พระจันทร์ มีเครื่องเซ่นไหว้เป็นขนมเปี๊ยะ เช่นเดียวกับเทศกาลอื่นๆ ที่มีสัญลักษณ์ต่างๆ กันไป เช่น เทศกาลไหว้ขนมจ้าง (端午節 / 端午节) ก็มีขนมบ๊ะจ่าง (粽子) เทศกาลหยวนเซียว (เทศกาลโคมไฟ) (元宵節 / 元宵节) ก็มีขนมสาคูต้ม (ทางหยวน)

ขนมเปี๊ยะไหว้พระจันทร์ ภาษาจีนกลางเรียกว่า "เอวี้ยปิ่ง" (月餅) "เอวี้ย" (月) แปลว่า พระจันทร์ "ปิ่ง" (餅) แปลว่า ขนมเปี๊ยะ เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นศิริมงคล ความปรารถนาดีต่อกัน และความสมัครสมานสามัคคี เพราะในเทศกาลนี้คนในครอบครัวจะมาอยู่พร้อมหน้ากัน กินขนมไปพลาง ชมพระจันทร์ไปพลาง

เดิมทีนั้นขนมเปี๊ยะไหว้พระจันทร์ มีชื่อเรียกว่า "หูปิ่ง" แปลว่า ขนมเปี๊ยะวอลนัท ซึ่งเป็นขนมแป้งอบของจีนทำมาจากงาและวอลนัท สาเหตุที่ภายหลังเปลี่ยนมาเป็น "เอวี้ยปิ่ง" นั้นมีเรื่องเล่าว่า ในคืนวันไหว้พระจันทร์ปีหนึ่ง พระเจ้าถังเสวียนจงฮ่องเต้ปรารภออกมาว่าชื่อ "หูปิ่ง" ไม่ไพเราะ ขณะนั้นหยางกุ้ยเฟย (楊貴妃 / 杨贵妃) ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่อัครมเหสีของพระองค์ ซึ่งนั่งชมจันทร์อยู่ด้านข้างก็เปรยขึ้นมาว่า "เอวี้ยปิ่ง" ที่แปลว่า ขนมเปี๊ยะพระจันทร์ ตั้งแต่นั้นมาจึงใช้ชื่อนี้เรียกแทน "หูปิ่ง" เรื่อยมา

ประวัติของวันไหว้พระจันทร์นั้น ยังมีเรื่องเล่าขานสืบต่อกันมาเกี่ยวกับการกู้ชาติของชนชาวจีนอีกด้วย

ในช่วงปี ค.ศ.1279 ชาวมองโกลภายใต้การนำของกุบไล ข่าน (หลานปู่ของเจงกีส ข่าน) ได้รุกรานเข้าสู่แผ่นดินจีนในสมัยราชวงศ์ซ้อง สามารถโค่นล้มและยึดครองประเทศจีนได้ จากนั้นได้สถาปนาก่อตั้งราชวงศ์หยวน (元朝 Yuáncháo) ขึ้นปกครองประเทศจีนในช่วงปี ค.ศ. 1280 – 1368

ในช่วงปลายราชวงศ์หยวน รัชสมัยของพระเจ้า หยวนซุ่นตี้ เกิดความวุ่นวายและภัยพิบัติขึ้นมากมาย ราชสำนักอ่อนแอ จึงทำให้มีชาวจีนหลายกลุ่มคิดก่อการกบฏเพื่อกอบกู้แผ่นดินจีน แต่ว่าทางการออกคำสั่งห้ามชุมนุมกัน จึงยากที่จะรวมกลุ่มเพื่อปรึกษาแผนการและระดมพล

ในตอนนั้น มีนักยุทธศาสตร์การศึก ชื่อ หลิวป๋ออุน (劉伯溫) ชาวมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของกลุ่มกบฏที่นำโดย จูหยวนจาง (朱元璋) ได้คิดแผนการรวบรวมพลให้ก่อการขึ้นพร้อมกัน เนื่องจากชาวมองโกลนั้นไม่นิยมกินขนมเปี๊ยะไหว้พระจันทร์ ดังนั้นจึงอาศัยช่วงโอกาสนี้ทำขนมเปี๊ยะไหว้พระจันทร์ที่มีไส้หนา แล้วสอดไส้กระดาษที่เขียนข้อความไว้ว่า “15 ค่ำเดือน 8 สังหารมองโกล” (八月十五殺韃子) นำออกแจกจ่ายให้กับชาวจีนทั้งหลาย

เมื่อถึงคืนวันไหว้พระจันทร์ กลุ่มชาวจีนทั้งหลายก็ลงมือก่อการขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน และสามารถโค้นล้มราชวงศ์หยวนลงได้ จูหยวนจางได้สถาปนาตนเองขึ้นเป็นฮ่องเต้ ก่อตั้งราชวงศ์หมิง (明朝) ขึ้น (ปี ค.ศ.1368 - 1644) นับจากนั้นเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ที่มีการไหว้ขนมเปี๊ยะไหว้พระจันทร์จึง เป็นงานฉลองระดับชาติ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น

กลับมาเขียนอีกทีหลังจากสาบสูญไปนาน

หลายคนคงเคยได้อ่านหรือได้ฟังเรื่องนี้มาแล้ว แต่ขอเล่าเถอะนะ เพราะมีประเด็นนิดหน่อย

 

***************************

 

เมื่อนาซ่าส่งกระสวยอวกาศขึ้นไปปฏิบัติการ พวกเขาพบปัญหาว่าปากกาลูกลื่นไม่อาจใช้งานได้ในสภาวะไร้แรงดึงดูด

เพื่อจะแก้ปัญหานี้ นักวิทยาศาสตร์ของนาซ่าได้ระดมพลและเงินทุน 12 ล้านเหรียญ (US) เพื่อพัฒนาปากกาที่สามารถเขียนได้ในทุกสภาวะ ไม่ว่าจะเป็นห้วงอวกาศที่ไร้แรงดึงดูด, ตีลังกาเขียน, หรือแม้แต่ในน้ำ

ปากกานี้สามารถเขียนได้บนทุกวัสดุรวมทั้งกระจกด้วย และใช้งานได้ถึงแม้ว่าอุณหภูมิจะติดลบถึง 300 องศาเซลเซียส

แต่ว่าในปัญหาเดียวกันนี้ ทางรัสเซียแก้ไขด้วยการใช้ดินสอเขียนแทนปากกา

 

***************************

 

เรื่องนี้ผมเคยได้ยินมานานแล้ว รู้ไหมว่าผมเชื่อแฮะ และคิดว่าอีกหลายๆ คนก็คงเชื่อเหมือนกัน ว่าอเมริกานี่โง่จัง แถมยังขี้โอ่ด้วย ทั้งๆ ที่เราสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยวิธีง่ายๆ

แต่เพิ่งมารู้ว่าที่จริงแล้ว เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องขำๆ ที่ไม่เป็นความจริง

คิดว่าแนวคิดเรื่องนี้ ต้องการจะบอกให้เรารู้ว่า เราสามารถแก้ปัญหาบางเรื่องได้ด้วยการเปลี่ยนมุมมอง บางทีไม่จำเป็นต้องคิดอะไรให้ซับซ้อน ใช้วิธีง่ายๆ ก็แก้ปัญหาได้

เอาล่ะ... มาดูความเป็นจริงของเรื่องนี้กัน

สมัยแรกๆ นักบินอวกาศก็เคยใช้ดินสอเขียนกัน แต่มีปัญหาว่าไส้ดินสอมันเป็นคาร์บอน พอเวลาเขียนๆ ไป เจ้าผงคาร์บอนนี้มันกระจายออกมา แล้วก็หลุดเข้าไปเกาะพวกชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์ ก็เลยต้องมีการวิจัยปากกาที่ใช้งานในอวกาศขึ้น

รายละเอียดของเรื่องนี้ อ่านเพิ่มเติมได้จาก

วิชาการ.คอม - ปากกาอวกาศขององค์การนาซ่า
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?pid=112011

NASA Space Pen: a ten-year, $12 For a Space Pen While the Russians Just Use Pencils.
http://www.truthorfiction.com/rumors/s/spacepen.htm

edit @ 20 Feb 2008 09:35:11 by HudchewMan


1. บ้าน, ที่พัก

สถานที่เกิดเหตุมีทุกแห่ง รวมถึง ‘บ้าน’ สถานที่ที่ (คุณคิดว่า) ปลอดภัยที่สุด อย่างเหตุการณ์สาวโรงงานถูกข่มขืนในห้องพักของตัวเอง สาเหตุเกิดจากคนร้ายเห็นว่าเหยื่อพักอยู่คนเดียวตามลำพังแล้วเปิดหน้าต่าง ทิ้งไว้ เลยสบโอกาสให้เป็นเส้นทางปีนหน้าต่างเพื่อเข้าไปก่อเหตุข่มขืน หรือกรณีสาวหอพักถูกเพื่อนข่มขืน โดยแกล้งมาเคาะห้องก่อน พอสาวเจ้าแง้มประตู ฝ่ายชายก็ดันประตูเข้ามาในทันที

วิธีป้องกัน

ควรเลือกที่พักที่มีระบบความปลอดภัยดี ไม่ควรเลือกที่พักซึ่งเป็นแหล่งมั่วสุมของพวกขี้ยา หมั่นตรวจสอบกลอน ประตู หน้าต่างให้ดี ควรติดตั้งกลอนประตูแบบมีโซ่คล้อง เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายบุกเข้ามาในห้องได้ ระหว่างเปิดประตูคุยกัน อย่าไว้ใจใครง่ายๆ แม้จะเป็นคนรู้จักก็ตาม ควรติดตาแมวเพื่อส่องดูก่อนว่าใครมาอยู่หน้าห้อง ควรหลีกเลี่ยงใช้ห้องที่มีหน้าต่างบานเกล็ด เพราะจะง่ายต่อการตัดเหล็กเข้ามาเปิดกุญแจได้ ถ้าเป็นบ้านพัก ควรเลี้ยงสุนัขไว้เพื่อเตือนภัย



2. ห้างสรรพสินค้า, ฟาสต์ฟู้ด

ไม่เว้นแม้แต่ในห้างสรรพสินค้า ที่คนร้ายจะสรรหาวิธีมาใช้กับเหยื่ออยู่ตลอดเวลา บ้างก็แอบเอายามาใส่ในอาหารขณะที่เป้าหมายเดินไปซื้อน้ำ บ้างก็เอายาใส่ไว้ในหลอด แล้วเอาหลอดไปวางไว้ที่เดิมตรงที่กดหลอด เมื่อคนมาหยิบหลอดไปใช้ก็จะได้อันที่มียาไป พอคนร้ายเห็นคุณเริ่มมีอาการจากฤทธิ์ยา ก็จะแกล้งเข้าไปช่วยพยุง จากนั้นจะพาไปปลดทรัพย์ หรือข่มขืน

หรือขณะที่คุณใช้รถเข็นช้อปปิ้ง เมื่อคุณเผลอปล่อยรถเข็นไว้ คนร้ายก็อาจนำยาบางอย่างมาป้ายตรงราวจับรถเข็นของคุณได้ เมื่อคุณจับที่ราวนั่น ก็จะทำให้เกิดอาการชา มึนงง เหมือนจะเป็นลม และจากนั้นพวกคนร้ายก็จะลงมือกับคุณได้



3. ข้างถนน

ผู้หญิงเรามีความใจดีเป็นหลัก เมื่อเห็นใครเดือดร้อนก็อยากให้ความช่วยเหลือ มิจฉาชีพจึงใช้ความใจดีนี้ล่อลวงผู้หญิงมาให้ติดกับ ดังเรื่องราวจากฟอร์เวิร์ดเมล์เรื่องนี้

ขณะที่ ดวงดาว ขับรถมาคนเดียว เธอเห็นเด็กคนหนึ่งร้องไห้อยู่ข้างถนน จึงรู้สึกสงสาร เลยลงจากรถเดินเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น เด็กคนนั้นบอกว่า “หนูหลงทาง ช่วยพาหนูกลับบ้านหน่อย” แล้วเด็กก็ยื่นกระดาษที่มีที่อยู่ให้แก่เธอ ดวงดาวก็พาเด็กไปส่งตามที่อยู่ในกระดาษ พอไปถึงบ้านของเด็กคนนั้น เธอกดกริ่งที่ประตู แล้วหลังจากนั้นเธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย เพราะว่าที่กริ่งมีกระแสไฟแรงสูงอยู่ ตื่นมารู้สึกตัวอีกทีก็อีกวันหนึ่งพบว่าตัวเองนอนอยู่ในบ้านร้าง แถมไม่มีเสื้อผ้าอีกด้วย

วิธีป้องกัน

ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่จริง แต่สิ่งที่จริงคือทุกวันนี้มิจฉาชีพมีอยู่ทุกซอกมุมของสังคม และจะพยายามใช้กลลวงทุกวิถีทาง ถ้าใครเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้ ควรพาเด็กไปส่งตำรวจและให้ตำรวจเป็นคนพาไปส่งที่บ้านจะดีกว่า



4. ที่จอดรถ

ภัยนี้ส่วนใหญ่จะเกิดกับผู้หญิงที่ขับรถปิกอัพคนเดียว ที่ไม่มีหลังคาท้ายกระบะ ซึ่งคนร้ายจะสามารถโยนสิ่งของใส่ท้ายรถได้ โดยของนั้นต้องเป็นที่สังเกตได้ง่าย

รูปแบบของแก๊งนี้

เขาจะใส่ยาหรือสารที่ทำให้เรางง มึน ไว้ในซองแล้วทิ้งไว้หลังรถเรา (แต่ถ้าเป็นรถเก๋ง เขาก็มักจะทิ้งของบางอย่างไว้ข้างๆ รถแทน) เมื่อเราเห็นซองมักจะสงสัยและหยิบมาเปิดดู แล้วเขาก็จอดรถซุ่มดูอยู่ใกล้ๆ เมื่อเหยื่อหลงกลเปิดดูหรือจับโดนสาร คนร้ายก็จะชิงรถและของมีค่าไปได้



5. ปั๊มน้ำมัน

หลังจากที่สาวิตตรีเติมน้ำมันและรูดเครดิตการ์ดเสร็จแล้ว กำลัง จะออกจากปั๊ม ก็มีพนักงานเดินมาบอกว่า การ์ดที่รูดไปมีปัญหา ให้เธอรีบลงจากรถและเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ของปั๊มด้วย เธอจำใจลงจากรถ เมื่อเข้าไปในสำนักงานได้ก็โวยว่าจ่ายเงินและได้สลิปแล้ว เจ้าหน้าที่ปั๊มบอกว่า ตอนที่เติมน้ำมันรถเธออยู่ เห็นผู้ชายคนหนึ่งแอบเปิดประตูเข้าไปนั่งอยู่ข้างหลังเบาะด้านคนขับ ทางปั๊มเห็นว่าผิดสังเกต จึงโทรฯ แจ้งตำรวจให้และอยากให้เธอออกจากรถก่อน พอได้ยินแบบนั้นเธอรีบหันกลับไปดูรถตัวเองทันที จังหวะนั้นก็ทันเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังเปิดประตูและลงจากรถตัวเองอยู่พอดี

รูปแบบของวิธีนี้

มิจฉาชีพจะแอบปีนเข้าไปตอนที่คนขับรถซึ่งเป็นผู้หญิงเอารถแวะเข้าเติมน้ำมันหรือแวะจ
อดซื้อของตามร้านข้างทาง และเมื่อขับรถออกมาแล้ว คนร้ายที่อยู่ในรถก็จะลงมือชิงทรัพย์หรือทำอะไรเธอต่อไปอีกก็ได้

วิธีป้องกัน

ให้ล็อกรถทุกครั้งที่ต้องลงจากรถ แม้ว่าจะเป็นการแวะลงไปทำธุระหรือซื้อของเพียงแค่ไม่กี่นาทีก็ตาม ควรสำรวจหาบุคคลแปลกปลอมใต้ท้องรถและเบาะด้านหลังทุกครั้งก่อนกลับขึ้นรถ หมั่นสังเกตพฤติกรรมของคนรอบข้างอยู่เสมอเมื่อออกนอกบ้าน โดยเฉพาะเมื่อต้องไปไหนในเวลากลางคืน



6. ลิฟต์

ในลิฟต์ที่อำนวยความสะดวกในการขึ้นลงอาคารสูง แม้เพียงชั่วพริบตาก็อย่าประมาท เพราะคนร้ายก็ทำอันตรายคุณได้ เหมือนกับที่ พรพรรณเคยเจอ เธออาศัยอยู่ชั้น 7 ของแมนชั่น เธอยืนรอลิฟต์อยู่ที่ชั้นล่าง เมื่อลิฟต์ประตูเปิดออก เห็นชายวัยรุ่นคนหนึ่งยืนอยู่ในลิฟต์ แต่ไม่ยอมเดินออกมา เธอจึงเดินเข้าไปเพื่อกลับขึ้นห้องพัก ขณะนั้นภายในลิฟต์มีเธอและคนร้ายแค่ 2 คนเท่านั้น ชายคนนั้นกดปุ่มไปที่ชั้น 6 และเมื่อลิฟต์ถึงชั้น 6 พอประตูลิฟต์เปิดออก คนร้ายก็ตรงเข้ามาล็อกคอเธอ พยายามฉุดลากให้ออกจากลิฟต์ แต่เธอต่อสู้ขัดขืนจนพ้นเงื้อมมือคนร้าย แล้ววิ่งหนีพร้อมทั้งตะโกนขอความช่วยเหลือ ทำให้คนร้ายวิ่งหนีไปได้

วิธีป้องกัน

พยายามหาเพื่อนผู้หญิงหรือคนไว้ใจขึ้น-ลงเป็นเพื่อน อย่ายืนชิดประตูลิฟต์เพราะอาจถูกคนร้ายผลักหรือดึงได้ เมื่อประตูลิฟต์เปิด ควรรีบเข้าไปยืนในจุดที่ใกล้กับแผงสวิตซ์กดลิฟต์ที่สุด หากเกิดกรณีฉุกเฉินสามารถกดปุ่ม Emergency ขอความช่วยเหลือได้ง่าย



7. แท็กซี่

แท็กซี่ดีๆ ก็มีมาก แต่ร้ายๆ ก็มีปะปน ถ้าคุณเห็นวี่แววไม่น่าไว้ใจ ก็ให้ระวังไว้ให้ดี วิธีของคนขับที่ไม่ประสงค์ดี คือการพยายามปล่อยสารหรือยาบางอย่างที่เขาทาไว้ที่มือให้แอร์เป่ามาด้านหลัง แล้วจะทำให้ผู้โดยสารเกิดอาการมึนงงและสลบได้

วิธีป้องกัน

ควรจดจำทะเบียนรถที่ขึ้น เลือกนั่งเบาะหลังคนขับชิดประตูด้านขวา เวลาลงก็ให้ลงที่ประตูซ้ายเพราะจะยากต่อการที่คนขับจะเข้ามาจะจู่โจมได้ อย่าเผลอหลับบนรถ ถ้าเห็นท่าไม่ดี ก็ควรรีบลงทันที




ที่มา
http://community.thaiware.com/index.php?showtopic=308257