Knowledge

การมองข้ามความสำคัญของท่านั่งท่ายืนที่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา อาทิ อาการปวดเมื่อยหลัง หรือปวดศีรษะ

สำหรับท่านั่งที่ถูกต้อง คือ...

  • นั่งหลังตรง โดยไม่ทิ้งน้ำหนักกดสันหลังช่วงล่าง
  • ไม่งอหรือห่อไหล่ และนั่งให้เต็มเก้าอี้
  • พิงหลังชิดพนัก หาหมอนหรือผ้าหนุนบริเวณส่วนเว้าของพนักพิง
  • วางปลายเท้าทั้งสองข้างให้ถึงพื้น และกระจายน้ำหนักให้เท่ากัน
  • พับเข่าทำมุม 90 องศา ในระดับเดียวกับสะโพก
  • ส่วนแขนปล่อยวางข้างลำตัว พร้อมนั่งแขม่วหน้าท้องเล็กน้อย หายใจให้เป็นธรรมชาติ
  • ไม่ควรนั่งไขว่ห้าง เพราะเป็นการบิดตำแหน่งเชิงกรานให้ผิดลักษณะ ส่งผลให้น้ำหนักขาตกอยู่ที่เส้นเอ็นและกระดูกอ่อน
  • ขณะนั่ง หมั่นยืดหลังให้บริเวณอกแอ่นไปด้านหน้า ค้างไว้ครั้งละ 20 วินาที เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อหน้าท้องและผ่อนน้ำหนักจากข้อต่อสันหลัง

เมื่อต้องการเปลี่ยนอิริยาบถจากนั่งเป็นยืน ให้ขยับตัวไปด้านหน้าของเก้าอี้ ก่อนทิ้งน้ำหนักที่ขา ยืดขาช้าๆ พยายามอย่ายืนขึ้นในลักษณะสันหลังช่วงเอวโก่งงอ

ส่วนท่ายืนที่ถูกต้อง คือ...

  • ศีรษะและคอตั้งตรง
  • ไม่เกร็งช่วงไหล่ และกระดูกไหปลาร้า ให้อยู่ในลักษณะผายออกอย่างผ่อนคลาย
  • สะโพกทั้งสองข้างให้อยู่ในระดับเสมอกัน
  • งอเข่าเล็กน้อย ไม่ควรเหยียดยืดให้ตรงเกินไป
  • ข้อเท้าทั้งสองข้าง ควรทิ้งน้ำหนักตัวเฉลี่ยเท่าๆ กัน

 

การนั่งและยืนอย่างถูกต้อง นอกจากจะทำให้ดูสง่าผ่าเผยแล้วยังช่วยลดการเสื่อมของข้อต่อ ลดความตึงของเส้นเอ็น กล้ามเนื้อไม่เกิดอาการอ่อนล้า ป้องกันอาการปวดหลัง-ปวดศีรษะ ลดความเสี่ยงจากการเจ็บกล้ามเนื้อฉับพลันได้.

takecareDD@gmail.com

ที่มา : มุมสุขภาพ เดลี่นิวส์

หลายๆ คนพอหลังอิ่มแปล้จากมื้อเที่ยงแล้วจะรู้สึกขี้เกียจ เซื่องซึม สลบไสล เฉี่อยชาไม่อยากทำงาน ถ้าได้หลับซักงีบคงดีเยี่ยม ว่ากันว่าช่วงเวลา Twilight zone ที่จะเกิดอาการเช่นนี้ คือช่วงเวลาบ่ายโมงถึงสี่โมงเย็น

- กินอาหารเช้าให้ถูกหลัก คือกินภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังจากตื่นนอน อาหารเช้าที่ดีจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดมีความสมดุลไปตลอดวัน แถมด้วยอาหารประเภทโปรตีนไขมันต่ำปริมาณเล็กน้อยในตอนเช้า และทุกมื้อระหว่างวัน เพราะจะให้พลังงานได้ยาวนาน เช่น ไข่ นมสักแก้ว โยเกิร์ต กับขนมปังธัญพืชปิ้งสักแผ่น

- กินอาหารเที่ยงให้พลังงานสูง ประกอบด้วยโปรตีน และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งโปรตีนจะกระตุ้นสารในสมองคือ catecholamines ที่จะทำให้คุณกระฉับกระเฉง ลองกินเต้าหู้ ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ ผักต่างๆ เช่น บล็อคโคลี ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง และผลไม้สัก 1 ส่วน

- เลี่ยงสารกระตุ้น เช่น คาเฟอีน บุหรี่ เพราะเป็นตัวทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแกว่งไกว การดื่มกาแฟยังทำให้ปัสสาวะบ่อย ซึ่งเป็นสาเหตุให้ร่างกายสูญเสียน้ำและระดับเกลือแร่

- ดื่มน้ำเปล่า เพราะน้ำเปล่าไม่มีแคลอรี ไม่มีไขมัน ไม่มีโคเลสเตอรอล แต่จะช่วยระบบการเผาผลาญไขมันและฟื้นชีวิตชีวาคืนพลังงานให้กับร่างกายด้วย น้ำยังช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ลำเลียงออกซิเจน ฮอร์โมน สารอาหาร ภูมิต้านทาน และเพิ่มประสิทธิภาพของโปรตีนและเอนไซม์ที่จำเป็นต่ำระบบเมตาบอลิซึมด้วย

- หยุดแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้คุณรู้สึกเซื่องซึม เหตุผลคือร่างกายสูญเสียสารอาหาร โดยเฉพาะวิตามินบี (ไธอามีนและโพเลท) ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นที่สมองต้องการ

- เลือกกินเมื่อรู้สึกหิว ถ้าคุณรู้สึกเพลียให้กินผลไม้หรืออาหารที่มีส่วนผสมของธัญพืชต่างๆ แทนการกินของขบเคี้ยวที่มีน้ำตาลซึ่งจะทำให้คุณกระชุ่มกระชวยเพียงชั่ววูบแล้วก็จะหมดแรงลงอย่างรวดเร็ว ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงโซดาหรือน้ำหวานในช่วงบ่าย ของขบเคี้ยวแก้หิวเพื่อสุขภาพที่ขอแนะนำ เช่น คุกกี้ที่ผสมผลไม้ คุกกี้ผสมข้าวโอ๊ต องุ่นสักพวง โยเกิร์ต แครอท เซเลอรี ถั่วอัลมอนด์ เป็นต้น

- หลับตาสักงีบ ถ้าคุณรู้สึกง่วงมากจริงๆ อย่าเลือกที่จะดื่มกาแฟ แต่ลองหลับตาหรืองีบสัก 10-15 นาที ก็จะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นมาก

- อยู่ห่างๆ อาหารไขมันสูง เช่น ชีส เนย มาการีน ครีม อาหารทอดทั้งหลาย เพราะจะมีแคลอรี่สูง ร่างกายต้องใช้พลังงานเผาผลาญมาก และจะทำให้คุณรู้สึกเฉี่อยชา

- ออกกำลังกาย เป็นทางที่ดีที่จะชาร์ตแบตเตอรี่คืนมาอีกครั้งให้ร่างกายตื่นตัว เมื่อรู้สึกเหนื่อยจนเอนเดอร์ฟินหลั่งในระดับสูง ก็จะช่วยให้อัตราการเผาผลาญของร่างกายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งก็จะช่วยฟื้นพลังงานให้คุณ ลองง่ายๆ เดินรอบๆ สำนักงานสัก 10 นาที นั่งอยู่กับโต๊ะทำงานแล้วยืดกล้ามเนื้อ บิดบริหารร่างกายสักครู่ก็จะช่วยเพิ่มความตื่นตัวให้คุณได้พอควร

ที่มา
http://campus.sanook.com/teen_zone/senior_05271.php

ช่วงนี้คงได้เห็นข่าวเกี่ยวกับแบงค์ปลอมแพร่ระบาด ถึงขนาดที่ปลอมปนไปอยู่ในตู้ ATM ด้วย สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนทั่วไปเป็นอย่างมาก

ที่ผ่านมาก็มี FW mail ส่งต่อกันถึงวิธีดูแบงค์ปลอม (ผมยังไม่ได้รับ เลยไม่รู้ว่าข้อมูลใน FW mail เป็นยังไงนะครับ) แต่ว่าในนั้นเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง (จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย)

ทางธนาคารแห่งประเทศไทย จึงได้แจ้งข่าวออกมาให้รู้ถึงวิธีการตรวจดูอย่างถูกต้อง ขอยกมาแปะทั้งดุ้นเลยนะครับ


เรื่อง ชี้แจงกรณีการส่งต่อ e-mail เตือนให้ระวังธนบัตรปลอม

ตามที่มีการ Forward  e-mail จากบุคคลภายนอก แจ้งเตือนให้ระวังธนบัตรปลอม โดยแนบไฟล์รูปภาพธนบัตรชนิดราคา ๑๐๐๐ บาท จำนวน ๒ ฉบับ พร้อมแนะนำจุดสังเกตไว้ด้วยนั้น เนื่องจากเป็นการนำธนบัตรชนิดราคา ๑๐๐๐ บาท แบบ ๑๕ (ไม่มีแถบฟอยล์) มาเปรียบเทียบกับ ธนบัตรชนิดราคา ๑๐๐๐ บาท แบบ ๑๕ ปรับปรุง (มีแถบฟอยล์) ซึ่งธนบัตรทั้งสองแบบมีรายละเอียดและลวดลายบนธนบัตรที่แตกต่างกัน ไม่สามารถนำมาเป็นจุดสังเกตหรือเปรียบเทียบว่าเป็นธนบัตรจริงหรือปลอมได้

ธปท. จึงขอเรียนให้ผู้ที่ได้รับเมล์ดังกล่าว โปรดระงับการส่งต่อเมล์ เพื่อป้องกันการส่งข้อมูลข่าวสารที่อาจสร้างความสับสนต่อสาธารณชน

วิธีสังเกตธนบัตรที่ถูกต้อง

  1. ๑๐๐๐ บาท แบบ ๑๕ (ไม่มีแถบฟอยล์) : ดูรูปประกอบ
  2. ๑๐๐๐ บาท แบบ ๑๕ ปรับปรุง (มีแถบฟอยล์) : ดูรูปประกอบ
  3. ทั้งนี้ สามารถเข้าชมวิธีสังเกตธนบัตรในรูปแบบข้อมูลภาพและวิดีทัศน์ตาม Link : http://www.bot.or.th/Thai/Banknotes/Pages/howtocheck.aspx

จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
ธนาคารแห่งประเทศไทย
๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑


ที่มา - ธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้แจงกรณีการส่งต่ออีเมล์

ข้อมูลเพิ่มเติม