บล็อกนี้ เขียนเรื่องจริงจังหน่อยนะ ^^
 
จุดประสงค์ไม่ได้ต้องการจะมาด่ากลุ่มนั้นกลุ่มนี้ หรือว่ามาต้มมาม่าแบ่งกันกิน เพียงแค่เอามาคุยเพื่อให้มองถึงเหตุผลกัน Cool
 
อย่างที่เราก็เห็นกันอยู่ (หรือไม่เห็นนะ ฮ่า) ว่าการมาของ iPad ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ด้านหนึ่งที่เปลี่ยนและได้รับผลกระทบพอสมควรคือเรื่องหนังสือ
 
 
 
 
จากแต่ก่อน พวกหนังสือสแกนที่เอาไปสแกนเนี่ย มักจะเป็นแค่พวกการ์ตูน และวงที่อ่านกันก็ยังแคบกว่าเดี๋ยวนี้ ส่วนหนังสือเป็นเล่มๆ มักไม่ค่อยสแกนไว้อ่านบนคอม เพราะอ่านไม่ค่อยสะดวก ถ้าสแกนก็คงจะปรินท์ออกมาเป็นกระดาษอีกที อารมณ์ประมาณว่าถ่ายเอกสารนั่นแหละ
 
ส่วนหนังสือการ์ตูนนั้นตัวหนังสือน้อยกว่า ดูรูปเอาซะเยอะ ก็เลยมีสแกนกันมากกว่า แต่ยังอยู่ในกลุ่มเล็กๆ ที่ไว้แบ่งปันกันอ่าน
 
แต่พอ iPad ปรากฏตัวขึ้นในโลกาพิภพ ทำเอาผู้คนให้ความสนใจกันอย่างถล่มทลาย และไขว่คว้ามาเป็นเจ้าของ (ทำให้อุปกรณ์สายพันธุ์เดียวกัน ที่เรียกว่า Tablet ก็ขายแพร่หลายตามๆ กันไปด้วย)
 
สิ่งที่ตามมาคือ การพกพาอ่านหนังสือสแกน ทั้งการ์ตูน ทั้งหนังสือ ทำได้สะดวกและง่ายขึ้นมาก
 
ก็เลยทำให้เกิดธุรกิจ ขายหนังสือหรือการ์ตูนแบบสแกนขึ้นมา จากแต่ก่อนที่แบ่งปันกันอ่านแค่นั้น
 
ที่จริงแล้วการสแกนพวกหนังสือหรือการ์ตูนมาแบ่งปันอ่านเนี่ย ก็ไม่ค่อยถูกกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาอยู่แล้วล่ะ (ออกแนวสีเทา)
 
แต่การเอามาขายเนี่ย ผิดเต็มๆ ไม่ว่าจะยกข้ออ้างแบบไหนมาก็ตามที
 
ที่เขียนบล็อกนี้ เพราะเผอิญว่า สนใจจะสั่งซื้อหนังสือของ bliss ที่ปิดกิจการลง แล้วไปเจอข้อความนี้จาก facebook ของ bliss
 
 
คือสะดุดกับคำที่บอกว่า “การกระทำดังกล่าวเป็นการทำร้ายว งการหนังสืออย่างเจ็บปวดจริงๆ
 
แล้วก็มีสมาชิกบางคนบอกว่า
 
“คนรักหนังสือจริงๆเค้าไม่ทำหรอก ถ้าเป็นเรา เราก็ไม่โหลดนะเออ”
 
“หนังสือก็ไม่ได้ราคาแพงอะไร เล่มละร้อยกว่าบาทเองนะ อยากอ่านซื้อมาเก็บไว้จะอ่อนกี่ร้อยกี่พันรอบก็ได้ เงินแค่นี้ไม่มีปัญญาจ่าย แต่มีเงินซื้อ hard disk ตัวละหลายพันเอามาเ็ก็บหนังสือฟรีที่โหลดมา คิดถึงคนที่เขาเขียนหนังสือ แปลหนังสืออกมาเป็นงานให้คุณอ่านบ้างเถอะ มันเป็นงานใช้สมองคิดออกมานะ คนทำนะ แต่งหนังสือขายได้แบบคนเขียนหรือเปล่า ขอถามหน่อย”
 
“คงเป็นแค่คนที่อยากอ่านหนังสือ แต่ไม่รักหนังสือ และไม่เคารพกฏหมาย แบบนี้ก็เห็นแก่ตัวเกิน”
 
เลยทำให้ฉุกคิดขึ้นมา ว่า การสแกนหนังสือมาแบ่งปันกัน เป็นการทำร้ายวงการหนังสือแค่ไหนยังไง?
 
ก็อย่างที่พูดไปแล้วว่า ไม่ได้ต้องการมาด่ากัน หรือแก้ตัว หรือต้มมาม่า แต่มามองกันด้วยเหตุผลเชิงวิเคราะห์
 
ย้ำอีกทีว่าการสแกนหนังสือมาขายเนี่ย ยังไงก็ผิดเต็มๆ ไม่ว่าจะอ้างยังไงก็ตามที
 
 
ทีนี้มาดูกันต่อ ลองยกตัวอย่าง ด้วยตัวเลขเวอร์ๆ เพื่อให้เห็นภาพเปรียบเทียบชัดเจน
 
สมมติหนังสือเล่มหนึ่ง ยอดพิมพ์ 2,000 เล่ม มียอดขายได้ 1,000 เล่ม ค้างสต๊อก 1,000 เล่ม
สำนักพิมพ์ขายได้กำไร 1,000 เล่ม คนเขียนก็ได้ค่าตอบแทน 1,000 เล่มที่ขายได้นั่นแหละ
 
คนอ่าน อ่านเสร็จ บางคนขายต่อ,
บางคนเช่าอ่านจากร้านเช่า,
บางคนยืมเพื่อนอ่าน,
บางคนอ่านจากห้องสมุด,
บางคนอ่านที่ร้านหนังสือ
บางคน ไม่อ่าน ฮ่า Kiss
 
จากยอดขายหนังสือ 1,000 เล่ม อาจมีคนได้อ่านจริง 10,000 คน
แต่สำนักพิมพ์และคนเ