หลังจากอู้ไปหลายวันเพราะงานเข้าจมหู

กลับมาอัพเดทแกะกล่องรอบสองต่อกัน

ที่จริงถ่ายรูปเก็บไว้ตั้งแต่ตอนที่ซื้อเมื่อวันที่ 5 มิถุนา ในงาน TME 2011 ไปล่ะ
มาดูสเปคเครื่องของ LG Optimus Black แบบคร่าวๆ กัน
- CPU ความเร็ว 1 GHz (TI OMAP 3630)
- ขนาดหน้าจอ 4 นิ้ว Nova Display 480x800 Pixels (WVGA) แสดงผล 16.7 ล้านสี
- ขนาดตัวเครื่อง สูง 121 กว้าง 63.5 หนา 9.2 ม.ม.
- น้ำหนัก 109 กรัม
- Ram 512MB
- Rom 2GB
- Micro SD ที่มากับเครื่อง 2GB (ใส่ได้สูงสุด 32GB)
- กล้องหลัง 5 ล้าน Pixels มี Auto Focus และ LED แฟลช
- กล้องหน้า 2 ล้าน Pixels (สำหรับ Video Call)
- รองรับคลื่นโทรศัพท์ได้ทุกค่ายหลัก ทั้ง AIS, Dtac, True และ TOT (GSM Quad Band : 850/900/1800/1900 MHz)
- คลื่น 3G ที่ใช้ได้คือค่าย AIS และ TOT เท่านั้น ส่วน Dtac กับ True อดไป
(900/1900/2100 MHz)
- แบตเตอรี่ 1500 mAh
- หูฟังแบบ 3.5 ม.ม. (หูขนาดเดียวกับ iPhone และ BB) ที่ฟังวิทยุ FM ได้
- WiFi 802.11 b/g/n, Bluetooth 2.1,microUSB 2.0 และ WiFi-Direct
- Android 2.2.2 Froyo
ไปงานวันแรกเมื่อวันศุกร์ที่ 3 ก็ยังลังเลอยู่ว่าจะเลือกเจ้า Black ดีไหม จุดเด่นที่สนใจก็คือเรื่องของหน้าจอ Nova ซึ่งทาง LG เคลมว่าเป็นหน้าจอที่สว่างที่สุดในสามโลกในตอนนี้

ราคาเปิดตัว ในงานขายที่ 13,900฿ แต่ผลกระทบจากสงครามราคาที่ Samsung Galaxy S2 จุดชนวนเอาไว้ ก็เลยลากค่ายอื่นๆ ให้ลงสนามมาด้วย ราคาของเจ้า Black เลยค่อยๆ ลงมาจนถึง 12,500฿ และก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมสอยเจ้าตัวนี้มาในโค้งสุดท้าย หลังจากที่กำลังลังเลกับหลายๆ รุ่นอยู่ ฮ่า

พอซื้อเสร็จก็จับยัดใส่เป้กลับมา ถุงก็เลยยับมาก

ของแถมที่ได้มาด้วย ก็มีเป้สะพายและเสื้อยืด (ตอนนี้ก็ยังไม่ได้แกะออกมาเลยอ่ะ

)
เป้มีสีน้ำเงินกับชมพู ก็เลยเลือกสีน้ำเงิน ส่วนเสื้อยืดมีแต่สีดำอย่างเดียว
กล่องที่ใส่เป็นกล่องสองชั้น กล่องด้านในเป็นกล่องแม่เหล็ก
เปิดฝากล่อง ปรากฏตัวต่อสายตาชาวโลก
ข้างใต้ ก็มีพวกอุปกรณ์เซ็ตที่แถมมาให้ ซึ่งก็ไม่มีอะไรนัก
มีคู่มือเล่มเล็กๆ ซึ่งก็ไม่ช่วยอะไรนัก, หูฟังแบบ in-ear เสียบเข้ารูหูเลยซึ่งบางคนอาจไม่ค่อยชอบ, ตัวชาร์จและสาย ซึ่งถอดแยกจากกันได้เพราะเป็นสายดาต้าในตัวสำหรับไว้เสียบกับคอมพิวเตอร์ (ใช้ของ BB แทนได้)
ด้านหน้า ไม่มีปุ่มกด และยี่ห้อก็ไม่โชว์เด่น ทำให้ “ดำ” ทั้งตัวสมชื่อ

ด้านหลังมีกล้องอยู่ แล้วก็มีสติกเกอร์แปะบอกวิธีแกะฝาหลัง เพราะถ้าไม่เคยแกะจะแกะไม่เป็นเลย

ด้านบนมีรูเสียบหูฟัง, ช่องเสียบ USB และสวิทช์เปิดปิดเครื่อง
ช่องเสียบ USB จะมีที่เลื่อนเปิดปิดกันฝุ่นเข้า กลัวเหมือนกันว่าใช้ไปนานๆ จะหักหรือเปล่า

ด้านซ้ายของตัวเครื่อง จะมีสวิทช์ปรับความดังเสียง และ ปุ่ม G
ด้านล่าง เป็นช่องบากสำหรับใช้แกะฝาหลัง
ด้านบน มีเซนเซอร์วัดแสง, กล้องหน้า และลำโพงซึ่งซ่อนไว้ที่ใกล้ๆ ขอบ ส่วนตัวหนังสือยี่ห้อ LG นั้นจางมากและไม่เรืองแสง เรียกได้ว่าทำให้ดำปลอดทั้งตัวตามคอนเซปต์ชื่อรุ่น “Black”
เทียบกับอุ้งมือ สำหรับผมแล้วกำลังพอดีล่ะ เพราะขอบตัวเครื่องน้อย ก็เลยใหญ่กว่า A88 แค่นิดเดียว

การแงะฝาหลัง เอาเล็บแกะที่ช่องด้านล่างแล้วง้างออกมาเลย เสียวหักอยู่เหมือนกัน

เมื่อแกะฝาหลัง จะเป็นดังรูป ต้องถอดแบตก่อนถึงจะถอด-ใส่ซิมได้ ส่วนตัว Micro SD นั้นแกะได้เลยโดยไม่ต้องแกะแบต แต่รุ่นนี้ใช้แกะออกมาเลย ไม่เหมือนกับ A88 ที่กดเข้าไปแล้วมันจะเด้งออกมา
หน้าจอเมือเปิดเครื่อง
ด้านล่างเป็นปุ่มแบบ touch ไม่มีปุ่มกดจริง ปกติจะดำไปเลยจนแทบมองไม่เห็น แต่เวลาเปิดหน้าจอขึ้นมาก็จะมีไฟขึ้นตามภาพด้านบน และถ้ากดปุ่มไหน ปุ่มนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน สวยดี
เสียบชาร์จแบต
แล้วก็ยืม iPhone 4 ของน้องสาวเอามาวางเทียบกัน มันจะคล้ายไปหน่อยไหมเนี่ย

iPhone 4 จะตัวเล็กกว่านิดหน่อย (ขนาดหน้าจอ 3.7 นิ้ว) และหนากว่าจึ๋งนึง (iPhone หนา 9.3 ม.ม.)
แกะกล่องกันเรียบร้อย ต่อตอนหน้ากับประสบการณ์และความรู้สึกที่ได้ใช้งานจริง ว่าเป็นยังไง

บทความชุดรีวิวมือถือ LG Optimus Black
*มีกล้องหน้าหลังด้วย เยียมยอด
*ว่าแต่ปุ่ม G เอาไว้ทำไร แล้วไม่มีปุ่มถ่ายรูปเหรอ แต่มันมีกล้องแยกกันหน้าหลังก็โอละ ของเรามีแต่กล้องหลัง ไม่มีปุ่ม เลยเล่นถ่ายรูปตัวเองไม่ค่อยได้ เพราะกดไม่โดนหน้าจอ ๕๕
*ที่ใส่ซิมอย่างนี้แบบเริ่ดเลย บางรุ่นไม่มีให้เปิดฝาเสียบแบบนี้ มันต้องจับซิมยัดเข้าไป นี่เพิ่งเปลี่ยนซิมใหม่มา เพราะซิมเก่าโดนถอดเข้าถอดออกจนลายหมดละ ๕๕๕
*สรุป กิเลสขึ้นอีกละ เอิ๊กๆๆ แต่ดีที่ว่าอ่านตอนที่หนึ่งไปแล้ว ทำให้กิเลสไอ่โฟนลดลงไปได้แยะ
#1 By LittleCat (203.198.224.181) on 2011-06-14 13:00