2009/Jun/17

บันทึกกันลืม เอาไว้อ่านเอง

ใช้ wordpress ในเครื่องตัวเอง เอาไว้บันทึกเรื่องต่างๆ และเอาไว้ดู concept โปรแกรมด้วย ไม่เข้าใจว่า wordpress มันเก็บรูปประกอบบทความไว้ในรูปแบบไหนกัน เพราะว่าอยู่ๆ เราจะ copy จาก wordpress คนละตัวมาไม่ได้ (ช่างมันเต๊อะ ขี้เกียจงม )

ที่เจอปัญหาก็คือ ตอนใช้ 2.7.0 ในหน้า admin ก็กดอัพเกรดอัตโนมัติ มันก็อัพเป็น 2.7.1 ให้สะดวกโยธิน แต่พอจาก 2.7.1 จะอัพเป็น 2.8 ลองมาหลายครั้งหลายหนหลายวัน ขึ้นแต่ว่าการทำงานล้มเหลวตลอด (ไม่รู้ว่าเป็นเพราะติดตั้งระบบภาษาไทยหรือเปล่า แต่ชาวบ้านชาวประเทศเขาก็ใช้กันอยู่นี่หว่า )

เพราะฉะนั้นตัวเลือกก็มีอยู่ 2 ทางคือ 1.อัพด้วยมือ 2.ใช้ของเก่าต่อไป 3.เลิกใช้ (อ้าว.. มี 3 ข้อแฮะ )

หลังจากไปค้นหาจากอากู๋ เลยมาบันทึกกันลืม วิธีอัพเกรด wordpress ด้วยมือ ที่จริงก็ไม่ค่อยยากนะ

  1. สำรองฐานข้อมูลเก่าเอาไว้ กันพลาด (ใช้อยู่ในเครื่องตัวเองอยู่แล้ว  ไม่เป็นปัญหา)
  2. โหลด wordpress รุ่นใหม่มา
  3. ไม่ได้ติด plugin ไม่ได้ลง theme เลยไม่ต้องทำอะไร (แล้วจะใส่มาทำแป๊ะอะไร )
  4. copy ไฟล์ wp-config.php เก็บไว้ก่อน ในกรณีที่เปลี่ยนรุ่นมากๆ จะมีบางค่าที่เปลี่ยนไป
  5. copy ไฟล์ทั้งหมดจากที่ download มาใหม่เข้าไปทับของเก่า ยกเว้น wp-content เพราะเป็นโฟล์เดอร์ที่ใช้เก็บพวกไฟล์แนบ, รูปภาพ ฯลฯ ของเรื่องที่เขียน หรือจะให้ชัวร์ ก็ copy ทุกไฟล์เก็บไว้ก่อน แล้วลบทิ้งซะทั้งหมด
  6. สั่งอัพเกรด โดยเข้าไปที่ wp-admin/upgrade.php
  7. สวดมนต์
  8. ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ก็น่าจะใช้ได้เลย แต่ถ้าแจ็คพ๊อต ก็เอาไฟล์ฐานข้อมูลที่สำรองไว้แล้วกลับมาใส่ก่อน
  9. เลือกเอาว่าจะตั้งค่าเว็บใหม่ดี หรือว่าจะเอา wp-config.php ของเก่ากับของใหม่มาเทียบกันก่อน แล้วแก้เป็นจุดๆ

 สรุปได้ว่า คนที่ใช้ wordpress เป็นประจำคงสบายๆ แต่แปลกใจว่าทำไมถึงอัพอัตโนมัติไม่ได้หว่า

 

2009/Jun/04

มีปัญหากับการเปิดเอกสารที่สร้างจาก Microsoft Office 2007 กันบ้างไหม? ถ้าหากว่ามีคนส่งไฟล์เอกสารที่เป็น .docx มาแล้วเราต้องการจะอ่านว่าเนื้อหาข้างในมีอะไร แต่ในเครื่องคอมฯ ของเราไม่มี MS Word 2007 แล้วจะทำยังไงดี? จะขอร้องแกมบังคับให้เขาบันทึกเป็น .doc แล้วส่งมาให้ใหม่? หรือถ้าจะลงทุนติดตั้ง MS Office 2007 ก็รู้สึกว่าจะวุ่นวายมากไปหน่อย และหลายคนไม่ชอบหน้าตาของ MS Office 2007 ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่คุ้นเคยเลยใช้ไม่เป็น ;)

มีโปรแกรมที่ช่วยได้คือ Word Reader (วันที่เขียน รุ่นล่าสุดคือ 0.4455.0.0 ขนาด 5.71 MB) เป็นฟรีแวร์ใช้งานงานได้ไม่มีค่าใช้จ่าย โปรแกรมนี้จะทำให้เราเปิดอ่านเอกสาร .docx ได้ (แต่แก้ไขไม่ได้ ดูได้อย่างเดียว) ทำงานได้บน Windows 98, ME, NT4, 2000, XP, Vista แม้กระทั่ง Windows 7

word reader (ภาพจากเว็บ word-reader

Word Reader นั้นมีเมนูให้เลือกได้หลายภาษา ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ, จีน, เยอรมัน, ฝรั่งเศส, อิตาลี หรือญี่ปุ่น ขาดภาษาไทยนี่แหละที่ไม่มี :D

นอกจาก .docx แล้ว Word Reader ก็ยังสามารถเปิดอ่านไฟล์ประเภท *.doc, *.htm, *.html, *.txt, *.rtf ได้อีกด้วย (ซึ่งก็ไม่รู้จะมีประโยชน์อะไร เพราะไฟล์พวกนี้เราก็ใช้โปรแกรมอื่นเปิดกันอยู่แล้ว :P ) แต่เอกสารของ MS Office 2007 เปิดได้แค่ .docx ของ MS Word เท่านั้น ตัวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น .xlsx, .pptx เปิดไม่ได้นะครับ

หากใช้งานเอกสารและต้องใช้งานกับไฟล์ของ MS Office 2007 บ่อยๆ โดยที่ไม่อยากลง MS Office 2007 แล้วล่ะก็ มีทางเลือกมานำเสนอให้ 2 ทางคือ

  1. ติดตั้งส่วนเสริมของ MS Office XP/2003 ดาวน์โหลดได้ที่ Microsoft Office Compatibility Pack จะทำให้เราเปิดอ่าน และบันทึกเอกสาร ของโปรแกรมในชุด MS Office ได้ในรูปแบบของ MS Office 2007
  2. ใช้โปรแกรม Open Office รุ่น 3.x จะสามารถเปิดอ่านขึ้นมาแก้ไขได้ แต่บันทึกกลับเป็นประเภทของ MS Office XP/2003 เท่านั้น ซึ่งโปรแกรม Open Office นี้ เป็นโปรแกรมจำพวก OpenSource ที่ใช้งานได้ฟรี ไม่ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์

เลือกใช้งานกันได้ตามอัธยาศัยเลยครับ

2009/Apr/23

หลายๆ คนพอหลังอิ่มแปล้จากมื้อเที่ยงแล้วจะรู้สึกขี้เกียจ เซื่องซึม สลบไสล เฉี่อยชาไม่อยากทำงาน ถ้าได้หลับซักงีบคงดีเยี่ยม ว่ากันว่าช่วงเวลา Twilight zone ที่จะเกิดอาการเช่นนี้ คือช่วงเวลาบ่ายโมงถึงสี่โมงเย็น

- กินอาหารเช้าให้ถูกหลัก คือกินภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังจากตื่นนอน อาหารเช้าที่ดีจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดมีความสมดุลไปตลอดวัน แถมด้วยอาหารประเภทโปรตีนไขมันต่ำปริมาณเล็กน้อยในตอนเช้า และทุกมื้อระหว่างวัน เพราะจะให้พลังงานได้ยาวนาน เช่น ไข่ นมสักแก้ว โยเกิร์ต กับขนมปังธัญพืชปิ้งสักแผ่น

- กินอาหารเที่ยงให้พลังงานสูง ประกอบด้วยโปรตีน และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งโปรตีนจะกระตุ้นสารในสมองคือ catecholamines ที่จะทำให้คุณกระฉับกระเฉง ลองกินเต้าหู้ ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ ผักต่างๆ เช่น บล็อคโคลี ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง และผลไม้สัก 1 ส่วน

- เลี่ยงสารกระตุ้น เช่น คาเฟอีน บุหรี่ เพราะเป็นตัวทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแกว่งไกว การดื่มกาแฟยังทำให้ปัสสาวะบ่อย ซึ่งเป็นสาเหตุให้ร่างกายสูญเสียน้ำและระดับเกลือแร่

- ดื่มน้ำเปล่า เพราะน้ำเปล่าไม่มีแคลอรี ไม่มีไขมัน ไม่มีโคเลสเตอรอล แต่จะช่วยระบบการเผาผลาญไขมันและฟื้นชีวิตชีวาคืนพลังงานให้กับร่างกายด้วย น้ำยังช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ลำเลียงออกซิเจน ฮอร์โมน สารอาหาร ภูมิต้านทาน และเพิ่มประสิทธิภาพของโปรตีนและเอนไซม์ที่จำเป็นต่ำระบบเมตาบอลิซึมด้วย

- หยุดแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้คุณรู้สึกเซื่องซึม เหตุผลคือร่างกายสูญเสียสารอาหาร โดยเฉพาะวิตามินบี (ไธอามีนและโพเลท) ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นที่สมองต้องการ

- เลือกกินเมื่อรู้สึกหิว ถ้าคุณรู้สึกเพลียให้กินผลไม้หรืออาหารที่มีส่วนผสมของธัญพืชต่างๆ แทนการกินของขบเคี้ยวที่มีน้ำตาลซึ่งจะทำให้คุณกระชุ่มกระชวยเพียงชั่ววูบแล้วก็จะหมดแรงลงอย่างรวดเร็ว ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงโซดาหรือน้ำหวานในช่วงบ่าย ของขบเคี้ยวแก้หิวเพื่อสุขภาพที่ขอแนะนำ เช่น คุกกี้ที่ผสมผลไม้ คุกกี้ผสมข้าวโอ๊ต องุ่นสักพวง โยเกิร์ต แครอท เซเลอรี ถั่วอัลมอนด์ เป็นต้น

- หลับตาสักงีบ ถ้าคุณรู้สึกง่วงมากจริงๆ อย่าเลือกที่จะดื่มกาแฟ แต่ลองหลับตาหรืองีบสัก 10-15 นาที ก็จะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นมาก

- อยู่ห่างๆ อาหารไขมันสูง เช่น ชีส เนย มาการีน ครีม อาหารทอดทั้งหลาย เพราะจะมีแคลอรี่สูง ร่างกายต้องใช้พลังงานเผาผลาญมาก และจะทำให้คุณรู้สึกเฉี่อยชา

- ออกกำลังกาย เป็นทางที่ดีที่จะชาร์ตแบตเตอรี่คืนมาอีกครั้งให้ร่างกายตื่นตัว เมื่อรู้สึกเหนื่อยจนเอนเดอร์ฟินหลั่งในระดับสูง ก็จะช่วยให้อัตราการเผาผลาญของร่างกายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งก็จะช่วยฟื้นพลังงานให้คุณ ลองง่ายๆ เดินรอบๆ สำนักงานสัก 10 นาที นั่งอยู่กับโต๊ะทำงานแล้วยืดกล้ามเนื้อ บิดบริหารร่างกายสักครู่ก็จะช่วยเพิ่มความตื่นตัวให้คุณได้พอควร

ที่มา
http://campus.sanook.com/teen_zone/senior_05271.php