The Impossible มหันตภัยสึนามิ

posted on 27 Dec 2011 16:56 by hudchewman  in Other
26 ธันวาคม ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบการสูญเสียครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของเราชาวไทย จากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิที่กวาดเอาทั้งที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินต่างๆ รวมไปถึงชีวิตผู้คนอีกมากมาย ซึ่งคนที่เคยได้อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้นคงยังจำความรู้สึกหวาดผวาและความโศกเศร้าจากการสูญเสียกันได้
 
เวลาผ่านมา 7 ปีแล้ว ในที่สุดก็ได้มีการสร้างเป็นภาพยนตร์ขึ้นมา (อย่าไปนึกถึงหนังไทยเรื่องสึนามิ ที่สร้างโดยผู้กำกับชาวไทยเรื่องนั้นเลยนะ Foot in mouth)
 
ภาพยนตร์เรื่องนี้ ใช้ชื่อว่า The Impossibile ได้ผู้กำกับ ฮวน แอนโตนิโอ เบย์โอนา (จากเรื่อง The Orphanage) ซึ่งไม่ต้องแนะนำกันมากเลย เพราะผมไม่รู้จักอ่ะ Tongue out
 
บทหนังสร้างขึ้นโดยจับจากเหตุการณ์จริงที่คู่สามีภรรยาชาวอังกฤษ เดินทางมาท่องเที่ยวไทยและประสบกับภัยในครั้งนั้นเข้า และปรุงแต่งเสริมรายละเอียดอื่นๆ เข้าไป นำแสดงโดย ยวน แม็คเกรเกอร์ และ นาโอมิ วัตต์ ตอนนี้มีปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์ออกมาให้ดูกันแล้ว แต่เป็นตัวอย่างในฉบับของภาษาสเปนครับ
 
 
ดูจากทีเซอร์ (Teaser) แล้วไม่ค่อยรู้สึกว่าอยากดูเท่าไหร่นัก ไว้รอให้ออกมาเป็น Trailer ซึ่งจะเป็นตัวอย่างภาำพยนตร์ฉบับเต็มคงจะมีอะไรๆ กระตุ้นต่อมความอยากดูมากขึ้น Smile
 
ที่สนใจเรื่องนี้เพราะมีคลิปเบื้องหลังของการทำ Visual Effect ของหนังเรื่องนี้มาให้ดูกันด้วย พอเห็นเอฟเฟกต์ที่ใส่เข้ามาแล้วรู้สึกว่า เอ่อ… มันชวนขวัญกระเจิงกว่าเหตุการณ์จริงเยอะเลยนะเนี่ย Foot in mouth
 
 
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะบอกว่าหนังน่าดูหรือเปล่า ไว้ใกล้ๆ จะเข้าฉายในไทยเราคงได้เห็นกระแสมากกว่านี้ ส่วนตอนนี้รอไปอีกยาวเลย เพราะว่าจะฉายอเมริกาช่วง 11 ตุลาคมปีหน้า (2555)
 
ป.ล. มีใครเห็นชื่อหนังแล้วนึกถึงวงดนตรีชื่อดังของไทยในอดีตบ้างน้อ Surprised เอ่อ… ผมเกิดไม่ทันนะ ฮ่า Kiss
 
ขอร่วมรำลึกเหตุการณ์ และไว้อาลัยต่อผู้สูญเสีย-ผู้ประสบภัยทุกท่านครับ
 
* * * * *
 
อ้างอิงข้อมูลจาก : http://jediyuth.wordpress.com/2011/12/27/the-impossible-teaser/
 
ใครรู้จักการ์ตูนโดราเอมอนบ้าง? ใครรู้จักรถยนต์โตโยต้าบ้าง?
 
แหม ไม่น่าถามเนอะ เพราะคนไทยน้อยคนล่ะที่จะไม่รู้จักทั้งโดราเอมอน และรถโตโยต้า Embarassed
 
แล้วมันเกี่ยวกันยังไง? นั่นสิ ไม่น่าจะเกี่ยวกันได้ แต่ก็เกี่ยวไปแล้ว เพราะว่า... แถ่น แทน แท้นนนน...
 
ทางบริษัท Toyota Motor Corporation ที่ญี่ปุ่น ออกโฆษณารถยนต์โตโยต้าชุดใหม่ ชื่อ Toyota Reborn โดยเอาการ์ตูนเรื่องโดราเอมอน มาเป็นธีมของเรื่องครับ Surprised
 
เนื้อเรื่องของโฆษณานี้ จับเอาเหตุการณ์หลังจาก 20 ปีผ่านไป เมื่อโนบิตะและผองเพื่อนมีอายุ 30 ปี (แก๊งค์นี้อายุ 10 ขวบกันมาหลายสิบปีมาก Embarassed)
 
โฆษณานี้ไม่ได้เป็นการ์ตูนโดราเอมอนแบบธรรมดาที่เราคุ้นเคย แต่มาเป็นเวอร์ชันคนแสดงครับ!! Smile
 
ซึ่งเมื่อเห็นหน้าตัวละครแล้ว บางตัวอาจทำลายความทรงจำวัยเด็กก็ได้ Tongue out
โดยเฉพาะพี่ม่อน นึกถึงโดราเอมอนฉบับโดจินนักกล้ามเลย Foot in mouth
 
ไจแอนท์ กับ โดราเอม่อน หน้าสูงวัยมาก Yell แต่ชิซุกะน่ารักอ่ะ Surprised
 
Toyota Reborn - Doraemon
 
มาดูโฆษณากันเลยดีกว่า อันนี้เป็นตอนแรก
 
 
เริ่มเปิดฉากของโฆษณา ก็เป็นฉากโนบิตะและผองเพื่อนนั่งกันอยู่ที่สวนสาธารณะที่เราคุ้นตากัน
อ่านแล้วนึกถึงเสียงการ์ตูนประกอบไปด้วย จะได้บรรยากาศมาก Smile
 
ชิซุกะ : โตขึ้นพวกเราจะเป็นอะไรกันดี
ซูเนโอะ : ฉันจะเป็นเศรษฐี
ไจแอนท์ : ส่วนฉันจะเป็นนักร้อง
ชิซุกะ : แล้วโนบิตะล่ะ?
โนบิตะ : อืม...
โดราเอมอน : อะไรเล่า! นายนี่ไม่มีความฝันเลยรึไง!
(รถยนต์แล่นผ่าน)
โนบิตะ : รู้แล้ว ฉันจะขับรถให้ชิซุกะ
(ทุกคนได้ยินแล้วก็หัวเราะ)
โนบิตะ : หนอย... มีอะไรตลกกันนักเหรอ!
 
อีก 20 ปีต่อมา... จากการ์ตูนก็มาเป็นคนจริงๆ ล่ะ Smile
 
คำแปลผิดบ้างเพี้ยนบ้างก็ขออภัย Surprised
 
 
ตอนที่ 2
 
 
ก็ได้ดูโดราเอมอนเวอร์ชันแปลกตากันไปล่ะ บางคนคงชอบ บางคนเฉยๆ บางคนอาจผิดหวัง Foot in mouth
เห็นแว่วๆ มาว่าจะมี 3 ตอน ไว้ตอนสุดท้ายออกมาจะเอามาแปะต่อนะ Cool
 
* * * * * เพิ่มเติม (27 ธันวาคม 2554) * * * * *
 
 
ตอนที่ 2 แบบพากย์ไทยโดย MuiStudio
 
 
 
ตอนที่ 3
 
 
 
ตอนที่ 1 แบบบรรยายไทย
 
 
 
ตอนที่ 2 แบบบรรยายไทย
 
 
 
ตอนที่ 3 แบบบรรยายไทย
 
 
 
หลังจากน้ำท่วมบ้านจนต้องกลายเป็นผู้อพยพไปโดยปริยายตั้งแต่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ (น้ำเริ่มเจิ่งนองพื้นถนนหมู่บ้านเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ ๒๓ ตุลาคม)
 
ตอนนี้ผ่านมาก็เกือบ ๑ เดือนเต็ม คุณน้ำคนสวยก็ยังอยู่ในบ้าน (ตอนนี้เริ่มไม่สวยล่ะ เพราะดำและเหม็นอ่ะ Foot in mouth) ระดับน้ำบนถนนหน้าบ้าน ตอนนี้คงราวๆ ๑ เมตรล่ะมั้ง Frown
 
ดูจากสถานการณ์แล้วได้แต่หวังว่ากลางเดือนธันวา น้ำน่าจะแห้ง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างที่หวังหรือเปล่า เพราะโซนที่อยู่ดันเป็นโซนที่กทม.เขากักน้ำไว้ซะด้วย Tongue out
 
เรื่องน้ำท่วม เอาไว้จะมาเขียนเป็นบันทึกเตือนจำภายหลัง (ถ้าขยันพอ Surprised) แต่หลังจากที่ออกจากบ้านมา ก็กลายสภาพตัวเองเป็นคนต่างจังหวัดไปโดยปริยาย ฮ่า Embarassed เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ได้ไปแม่กลอง ก็เลยเอามาเขียน blog ซะเลย เพราะไม่ได้อัพเดทมานานพอดู Surprised
 
ก็นั่งรถตู้ไปลงที่ท่ารถที่แม่กลอง ใกล้ตลาดล่ะ
 
แผนที่ตำแหน่งวัดเพชรสมุทร (วัดบ้านแหลม)
 
เป้าหมายแรกพอลงจากรถ ก็เลยแวะเข้าวัดเพชรสมุทรก่อนเลย ชื่อเดิมของวัดนี้คือ "วัดบ้านแหลม" ตอนลงจากรถตู้นี่เดินอีกราวๆ ๕๐๐ เมตรล่ะมั้ง
 
ท่ารถตู้อยู่ใกล้ๆ ธนาคารกรุงเทพ และป้อมตำรวจ (ดูจากแผนที่คือใต้ลงไปจาก 7-11 ที่อยู่ด้านล่างแผนที่ลงไปอีกหน่อย)
 
พิกัดของวัดเพชรสมุทร คือตำแหน่ง @13.40952, 99.99796 ใส่ในเครื่องนำทางก็ได้ หาไม่ยาก Cool
 
เขาบอกกันว่ามาแม่กลองต้องอย่าพลาดมาวัดนี้ด้วยนะ ตอนดูจากแผนที่ สงสัยว่าทำไมแถวนี้วัดเยอะชะมัดเลยแฮะ Foot in mouth
 
วัดเพชรสมุทร (วัดบ้านแหลม)
 
เดินมาถึงวัดล่ะ ยังไม่ทันเหนื่อยหรอก Cool
 
วัดเพชรสมุทร (วัดบ้านแหลม)
 
มาถึงแล้วก็เข้าไปกราบพระตามระเบียบ
 
วัดเพชรสมุทร (วัดบ้านแหลม) แม่กลอง
 
ไม่ใช่วันหยุด แต่ก็มีคนเข้ามาไหว้พระตลอด เดี๋ยวนี้ใส่กางเกงขาสั้นมาไหว้พระกันเป็นเรื่องปกติแล้วล่ะ หลายคนเลย Foot in mouth
แต่มองในแง่ดี ก็ดีที่มาไหว้พระล่ะนะ Cry
 
วัดเพชรสมุทร (วัดบ้านแหลม) แม่กลอง
 
ปิดทององค์พระ Cool
 
วัดเพชรสมุทร (วัดบ้านแหลม) แม่กลอง
 
จากนั้นก็เดินตลาด แต่ก็ไม่ได้มีอะไรเท่าไหร่ ไม่ได้จะมาช็อปปิ้งด้วย เลยเดินผ่านๆ Cry
 
ตลาดแม่กลอง
 
มีร้านขายไอติม เลยแวะหม่ำซะเลย เมนูแรก strawberry milkshake สตรอเบอรี่นมเขย่า เพิ่งเคยกิน ก็อร่อยดีนะ Cool
 
strawberry milkshake สตรอเบอรี่นมเขย่า
 
มาร้านไอติม ก็ต้องสั่งไอติมน่ะสิ ลืมชื่อไปแล้วว่าไอ้เจ้านี่คืออะไร มีไอติม ๓ ลูก ตอนแรกจะเลือกวานิลลาเจ้าประจำ แต่หมดซะงั้น เลยเลือกเป็นรสอื่นแทน
 
รสที่สั่งก็มีเรนโบว์ (รสหวานมัน เพิ่งเคยกินเหมือนกัน) กาแฟคาปูชิโน่ (ก็ติดขมหน่อยตามรสกาแฟนั่นแหละ) และสุดท้ายก็เลมอน เปรี้ยวจี๊ดได้ใจ Embarassed
 
รสเปรี้ยวนี่กินเปล่าๆ ก็เปรี้ยวค้างอารมณ์ ต้องกินผสมกับรสหวานมัน ตัดเข้ากันได้พอดี๊พอดี Surprised
 
สองอย่าง หมดค่าเสียหายไปเมนูละ ๔๐
 
ไอติม เรนโบว์, คาปูชิโน่, เลมอน
 
จากนั้นก็เดินตลาดดูโน่นดูนี่ หลงเข้ามาตรงรางรถไฟ เห็นตั้งแบบนี้ยังสงสัยอยู่ว่าเวลารถไฟมาเขาจะเก็บทันเรอะนั่น Embarassed
 
เคยดูทีวีเห็นตลาดรถไฟในกรุงเทพ พอรถไฟมาทีก็เก็บของกันจ้าละหวั่นเลยเชียว Embarassed
 
ตลาดรางรถไฟ แม่กลอง
 
ร้านกาแฟโบราณ นี่ถ้าไม่ได้กินติมไป คงจะสั่งชานมเย็นมาลองรสชาติล่ะ Smile
 
ร้านกาแฟโบราณ แม่กลอง
 
มีร้านขายน้ำ เพิ่งเคยได้ยินชื่อ "น้ำชาใบขลู่" เลยลองซะหน่อย ขวดจึ๋งนึง ๑๓ บาท รสชาติก็หวานน้ำตาล อร่อยชุ่มคอดี แต่ติดหวานไปหน่อย ที่จริงมันก็น้ำต้มน้ำตาล มีกลิ่นชานิดหน่อยนั่นแหละ Embarassed
 
น้ำสมุนไพร น้ำชาใบขลู่
 
เดินมาจนถึงสถานีรถไฟ ไม่ไกลจากวัดเท่าไหร่ เห็นสถานีแล้วก็แปลกใจเหมือนกัน เพราะว่าชานชลามันแบนๆ ร้านขายของนี่อยู่ติดรางรถไฟกันเลย เรียงกันเป็นแถว แบบว่าไม่เคยเจอ ตอนที่เห็นก็แปลกใจอยู่ว่าสถานีนี้ยังใช้งานอยู่หรือเปล่า Foot in mouth
 
สถานีรถไฟแม่กลอง
 
เดินๆ ดูสถานี อ้าว ทางตันแฮะ ตรงไปจะตกแม่น้ำแม่กลองเอา Surprised
เลยรู้ว่าตรงนี้เป็นสถานีต้นทาง รถไฟที่วิ่งคงเป็นรถไฟชานเมืองล่ะมั้ง แต่ไม่ได้ถามข้อมูล
 
สถานีรถไฟแม่กลอง
 
ตรงสุดทางรถไฟสถานีแม่กลอง จะเป็นริมแม่น้ำ เดินเลี้ยวขวามานิดนึง จะมีท่าน้ำขึ้นเรือข้ามฝั่ง มีเตนท์ให้นั่งพักด้วย
 
ท่าน้ำขึ้นเรือข้ามฟาก แม่น้ำแม่กลอง
 
เรือข้ามฟากก็วิ่งไปวิ่งมาทั้งวัน ไม่ได้ถามราคาเพราะว่าดันปวดฟัน ไม่มีอารมณ์คุย ฮ่า Surprised
 
ท่าน้ำขึ้นเรือข้ามฟาก แม่น้ำแม่กลอง
 
นั่งซักพักก็กลับล่ะ เดินไปขึ้นรถตู้ที่ท่ารถบขส.ตรงตลาด ไม่ห่างจากที่ลงรถขามาซักเท่าไหร่ ที่จริงก็เดินทางมาไม่ยากแฮะ Cool
 
เคยผ่านแม่กลองมาหลายรอบ แต่ก็ไม่ได้เดินเที่ยวซักทีล่ะด้วยความที่ไม่ใช่คนชอบเที่ยว รอบนี้มาเดินเลยเขียนบันทึกเก็บไว้ซะหน่อย Smile